หลักจริยธรรมดั้งเดิมของกัมพูชาซึ่งมีพื้นฐานเรื่องของเพศสภาพเน้นย้ำความแตกต่างระหว่างเพศและทำให้ผู้หญิงเป็นกลุ่มที่ถูกลดทอนอำนาจมานานหลายช่วงอายุคน แม้ว่ารัฐบาลจะมีการนำความคิดเรื่องเพศที่เป็นกระแสหลักมาใช้ แต่วิถีปฏิบัติแบบเดิมกลับยังเป็นที่ยอมรับในสังคมกัมพูชา สิ่งนี้เองทำให้ผู้หญิงเป็นผู้เสียเปรียบอย่างยิ่งในด้านการศึกษา การดูแลสุขภาพ สิทธิและโอกาสในการทำงาน

ผู้หญิงเผชิญกับความกดดันจากบรรดาญาติ ในการหางานทำเพื่อมาจุนเจือครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเฉพาะผู้หญิงในชนบท ผู้หญิงเหล่านี้มักถูกครอบครัวชักจูงให้ออกจากโรงเรียน ออกจากบ้านและหางานที่ดีทำที่ต่างประเทศ ผู้หญิงเหล่านี้รู้สึกว่าตนถูกบังคับให้ยอมรับการตัดสินใจของพ่อแม่และสามีซึ่งส่วนมากมักเป็นเพราะภาระหนี้สินของครอบครัว ในบางครั้งพวกเขาเหล่านี้จะถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐานโดยไม่ได้รับทราบว่าบรรยากาศหรือสถานที่ทำงานใหม่เป็นอย่างไร

ผู้หญิงกัมพูชามักเสี่ยงกับการกลายเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ การกดขี่แรงงาน และการละเมิดทั้งหลายเนื่องจากขาดความตระหนักรู้และการควบคุมสภาพการณ์ย้ายถิ่นฐานของตน เหยื่อการค้ามนุษย์มักตกอยู่ในวงเวียนการเป็นแรงงานขัดหนี้ให้กับนายหน้าที่พาย้ายถิ่นมาเนื่องจากแรงงานเหล่านี้ถูกบังคับให้จ่ายค่ากินอยู่ รวมไปถึงค่าคุ้มครองและค่าเดินทางครั้งแรก นอกจากนี้ความน่าอับอายของสภาพการทำงานที่ข่มเหงแรงงานนี้ทำให้เป็นเรื่องยากที่แรงงานจะพูดถึงเรื่องงาน และเสาะหาความช่วยเหลือหรือแลกเปลี่ยนความทุกข์ทรมานที่ได้พบเจอ การตีตราต่อผู้หญิงนั้นก็เป็นปัญหาใหญ่

หากต้องการค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ของผู้หญิงในกัมพูชา อ่านบันทึกคำให้การของ Sarom และ Morb