ในเดือนพฤษภาคมพ.ศ. 2558 นายหน้าคนหนึ่งชักชวนให้เขาและคนที่หมู่บ้านไปทำงานที่ประเทศไทย พวกเขากู้เงินมาจ่ายค่าจัดหางาน 600 เหรียญสหรัฐ “พวกเราดีใจที่ได้โอกาสใหม่ครั้งนี้” จนกระทั่งบัดนี้ ชาวบ้านทั้ง 31 คนยังเฝ้ารอที่จะไปต่างประเทศ

นาย Ang Oy ทูตทางสังคม

เรื่องราวของ ANG

เรื่องของนาย Ang Oy เป็นเรื่องการหลอกลวงที่ไม่จบสิ้นและเป็นการกระทำที่ไร้ศีลธรรม Ang มีประสบการณ์ทำงานที่ประเทศไทยมานาน เขาโยกย้ายถิ่นหลายครั้งด้วยความช่วยเหลือจากนายหน้าท้องถิ่นหรือหน่วยงานจัดหางานเอกชน

ครั้งแรกที่เขาและภรรยาข้ามชายแดนคือเมื่อปี พ.ศ. 2553 “นายหน้าคนหนึ่งจากหมู่บ้านแถวนี้บอกว่าพวกเราจะมีเงินเดือนดีเมื่อทำงานที่ประเทศไทย” เขากับภรรยาเข้าไปทำงานในโรงงานทำถุงมือได้เกือบสองปี เขามีสัญญาจ้างงานถูกต้องจากหน่วยงานจัดหางานเอกชน แต่เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่บ้านเกิด พวกเขาจึงตัดสินใจกลับบ้าน

เมื่อปีพ.ศ. 2555 เพื่อนของ Ang ช่วยเหลือให้เขาพยายามข้ามชายแดนอีกครั้งโดยใช้บริการหน่วยงานจัดหางานเอกชนอีกที่หนึ่ง “ประสบการณ์ครั้งแรกมันดี ผมเลยคิดว่าการจะไปประเทศไทยอีกครั้งไม่ได้เสี่ยงอะไร” แต่เมื่อเขาเดินทางมาถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ชายแดนเมืองปอยเปต ตำรวจหยุดเขาไว้ ในตอนแรกเขาไม่เข้าใจเหตุผลที่ถูกจับ เขาอธิบายว่าเขาจ่ายเงินให้หน่วยงานจัดหางานเพื่อจัดการเอกสารให้ถูกต้อง ในตอนนั้น Ang ไม่ได้รู้เลยว่าหน่วยงานจัดหางานไม่ได้ทำวีซ่าสำหรับทำงานให้เขาแต่กลับทำวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวให้ซึ่งราคาถูกกว่ามากแต่ไม่สามารถจะอยู่ในประเทศไทยได้นาน แต่ในที่สุดนาย Ang Oy ก็สามารถกลับบ้านได้ด้วยการจ่ายเงินจำนวนหนึ่ง

เมื่อเขาข้ามมาอยู่ในประเทศไทยได้ Ang กลับพบว่าไม่มีงานที่ได้ตกลงกันไว้และหน่วยงานจัดหางานก็ยึดหนังสือเดินทางเขาด้วย แต่เขาได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรนอกภาครัฐในท้องถิ่นทำให้เขาได้งานกับอีกบริษัทหนึ่ง เขาคิดว่านี่จะเป็นโอกาสที่จะทำให้เขามีรายได้ประจำและจะเก็บเงินกลับไปอยู่บ้านได้ แต่ทว่าค่าครองชีพที่ต้องจ่ายไปกับที่พักและอาหารเป็นเงินจำนวนมากเกินกว่าที่เงินเดือนของเขาจะจ่ายค่าจัดหางานให้กับหน่วยงานจัดหางานได้

ตลอดปีพ.ศ. 2556 Ang พยายามที่จะหางานใหม่อยู่ตลอด แต่กลับถูกโกงหลายครั้งจากนายหน้าและหน่วยงานจัดหางานที่ไม่มีศีลธรรม เขาจึงกลับกัมพูชา
“ผมไม่ได้รู้เรื่องสิทธิที่ผมควรจะมีและผมก็เก็บเรื่องนี้ไว้ไม่บอกใครมานาน” เขาเล่าให้เราฟัง “ผมไม่ได้ร้องเรียนกับหน่วยงานท้องถิ่น ตำรวจหรือองค์กรนอกภาครัฐ ผมไม่รู้ว่าต้องทำอะไรอย่างไรบ้าง”

ตลอดเวลาสองปีต่อมา Ang พยายามหาเลี้ยงตัวเองในกัมพูชาแต่สถานการณ์ทางการเงินของครอบครัวก็ย่ำแย่ลง ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2558 นายหน้ามาชักชวนเขาและคนในหมู่บ้านเพื่อไปทำงานในประเทศไทยและดูเหมือนจะมีงานที่ดีรออยู่ โดยพวกเขาต้องจ่ายเงิน 600 เหรียญสหรัฐให้กับหน่วยงานจัดหางานเอกชนแห่งหนึ่งในพนมเปญ ชาวบ้านไปกู้เงินมารวมกันให้ครบจำนวน “เราดีใจที่ได้รับโอกาสใหม่ครั้งนี้และตื่นเต้นที่จะมีโอกาสไปทำงานโรงงานนี้และพาครอบครัวเราไปด้วย” จนบัดนี้ ชาวบ้านทั้ง 31 คนยังคงเฝ้ารอที่จะได้ไปต่างประเทศ

พวกเขาพยายามติดต่อหน่วยงานแห่งนั้นหลายครั้งแต่ไม่มีใครพูดคุยกับพวกเขา แต่ด้วยความช่วยเหลือขององค์กรนอกภาครัฐในท้องถิ่น LSCW (Legal Support for Children and Women ศูนย์ช่วยเหลือด้านกฏหมายสำหรับเยาวชนและสตรี) Ang และชาวบ้านคนอื่นๆ ได้ทำเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหวังว่า หน่วยงานจัดหางานที่หลอกลวงพวกเขาแห่งนั้นจะถูกลงโทษและพวกเขาจะได้เงินคืน และที่สำคัญที่สุดคือได้ศักดิ์ศรีของพวกเขาคืนกลับมา

Ang Oy และชาวบ้านเหล่านี้มีส่วนร่วมในการประชุมกลุ่มช่วยเหลือตนเอง (Self Help Groups) การประชุมกลุ่มจัดขึ้นในจังหวัด Kampong Cham ตามโครงการของ MIGRA ACTION ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากสหภาพยุโรปเพื่อสร้างความตระหนักถึงสิทธิของแรงงานย้ายถิ่น

Ang เข้าร่วมโครงการในฐานะทูตทางสังคม ในเดือนมิถุนายนพ.ศ. 2560 เขาช่วยกีดกันชาวบ้านที่จะไปขึ้นทะเบียนกับบริษัทเก็บผลไม้ของออสเตรเลียที่สัญญากับชาวบ้านว่าจะได้งานในโรงงานรองเท้าที่ต่างประเทศ Ang พบว่าหน่วยงานจัดหางานไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงแรงงานและการอบรมอาชีพ (Ministry of Labour and Vocational Training) ดังนั้นข้อเสนอที่หน่วยงานจัดหางานยื่นให้ชาวบ้านเป็นการกระทำเพื่อการหลอกลวงชาวบ้านอย่างแน่นอน

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับหน่วยงานจัดหางานเอกชนและวิธีปฏิบัติของนายหน้า

รายชื่อหน่วยงานจัดหางานเอกชนที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง