Chan กับภรรยาและชาวบ้านเชื่อนายหน้าที่สัญญาว่าจะหางานให้ที่ประเทศไทย พวกเขาถูกขายไปคนละ 60 เหรียญสหรัฐไปทำงานในโรงงานที่ให้ค่าแรงวันละ 2 เหรียญสหรัฐ หลายปีต่อมา Chan ต้องกลับมาช่วยลูกสาวที่ประเทศไทยอีก

นาย Chan Khon ทูตทางสังคม

เรื่องเล่าของ Chan

Khon Chan อาศัยอยู่ในหมู่บ้านหนึ่งในจังหวัดอุดดอร์เมียนเจย (Oddar Meanchey) ที่มีอัตราการอพยพย้ายถิ่นสูงที่สุดในประเทศกัมพูชา เรื่องเล่าเกี่ยวกับการย้ายถิ่นของนาย Chan เริ่มขึ้นเมื่อเกือบสามสิบปีที่แล้ว เมื่อปีพ.ศ. 2541 เขาต้องดิ้นรนหาเลี้ยงครอบครัวโดยการทำงานก่อสร้าง “ที่บ้านไม่เคยมีอาหารที่พอสำหรับทุกคน ผมกังวลเรื่องนี้ตลอด ผมต้องทำอะไรสักอย่าง” นาย Chan กล่าวถึงอดีต เขาจึงตามพวกชาวบ้านอีก 15 คนไปที่จังหวัดปอยเปต ติดชายแดนประเทศไทยหวังว่าจะหางานทำ “ผมได้ยินว่าที่นั่นมีโอกาสได้งานมากกว่าและเงินบาทมีค่ามากกว่าเงินเรียวกัมพูชา”

กลุ่มชาวบ้านให้นายหน้าที่เคยเป็นแรงงานย้ายถิ่นในไทยจัดการเป็นธุระเรื่องการเดินทางไปเมืองชายแดนให้ ไม่นานหลังจากนั้นทั้งหมดก็เดินทางโดยรถบรรทุกมุ่งหน้าไปยังชายแดน หลังจากเดินทางไปได้หนึ่งชั่วโมง รถไปถึงจังหวัดปอยเปต แต่ไม่ได้จอดซึ่งสร้างความแปลกใจให้กับชาวบ้าน นายหน้ายังขับรถต่อไปอีก 200 ก.ม. จนถึงจังหวัดชลบุรี เมื่อถึงแล้วชาวกัมพูชาทั้ง 15 คน ถูกขายให้นายจ้างชาวไทยคนละ 60 เหรียญสหรัฐ แล้วนายหน้าก็หายตัวไป

นาย Khon ถูกใช้งานอย่างหนักในโรงงานโดยได้ค่าแรงเพียงวันละ 2 เหรียญสหรัฐ หรือ 100 บาทในห้าเดือนแรก ในช่วงนั้นนายจ้างหักเงินเดือนของเขาเพื่อเป็นค่าที่นายจ้างเคยจ่ายให้กับนายหน้าและยังคิดค่าใช้จ่าย เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำและค่าที่พัก ทำให้นาย Chan ต้องติดหนี้นายจ้าง “ผมทำงานไม่ได้หยุด แทบไม่มีเวลาพอที่จะนอน ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าผมเป็นเหยื่อของการขูดรีด” เขานึกย้อนถึงอดีต แต่ถึงกระนั้นนาย Chan ก็พยายามที่เก็บเงินให้ได้มากที่สุดเพื่อกลับไปอยู่กับครอบครัว เขาทำงานที่นั่นเก้าเดือนจนจ่ายค่ากินอยู่ทั้งหมดให้กับนายจ้างครบ และเขาก็ถูกปล่อยตัวกลับบ้าน.

เมื่อมาอยู่ที่บ้าน นาย Chan ทำงานในที่ดินหลังบ้านของเขาอยู่สามปี แต่ความเป็นอยู่ของครอบครัวกลับแย่ลง “ทั้ง ๆ ที่ผมทำงานอย่างหนักแต่ก็มีอาหารไม่พอเลี้ยงครอบครัว ปี พ.ศ. 2544 ผมเลยตัดสินใจกลับไปทำงานที่ประเทศไทย ครั้งนี้ไปกับภรรยา” ทั้งคู่ปรึกษาเพื่อนบ้านที่เป็นนายหน้าเพื่อจัดการหางานให้พวกเขาด้วยค่านายหน้าคนละ 70 เหรียญสหรัฐ นาย Chan ข้ามแดนเป็นครั้งที่สองโดยไม่มีเอกสารใดใด ครั้งนี้เขาไปทำงานในโรงงานถุงผ้าโดยได้ค่าจ้างวันละ 5 เหรียญสหรัฐ แต่โชคกลับไม่เข้าข้างเขา เมื่อมีการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ นาย Chan กับภรรยาและแรงงานย้ายถิ่นที่ไม่มีเอกสารถูกต้องถูกจับกุมและส่งไปศูนย์กักกันและอยู่ที่นั่นเป็นเวลาสามสัปดาห์ก่อนถูกส่งตัวกลับประเทศกัมพูชา

ชีวิตดำเนินต่อไปขณะที่ครอบครัวยังต้องดิ้นรนต่อสู้กับความยากจน แม้จะมีประสบการณ์อันเลวร้ายในฐานะแรงงานย้ายถิ่น แต่เขาก็ไม่ได้ห้ามลูกสาวที่จะไปเสี่ยงดวงอย่างที่เขาเคยทำ ในปีพ.ศ. 2550 โดยผ่านนายหน้าคนกลางเช่นเดียวกัน

ไม่กี่วันต่อมา นาย Chan ได้รับโทรศัพท์จากลูกสาวขอร้องให้เขาไปหาเธอ “เธอร้องไห้ขณะโทรศัพท์หาผมและบอกว่า นายหน้าเอาเงินเธอไปหมดแล้วและทิ้งเธอไว้คนเดียวที่ประเทศไทย ผมไม่รั้งรอที่จะต้องไปช่วยลูก ดังนั้นผมจึงข้ามแดนอีกครั้งเพื่อพาลูกกลับบ้าน” ระหว่างทางกลับมาประเทศกัมพูชา พวกเขาถูกทางการไทยจับเนื่องจากไม่มีเอกสารถูกต้องและถูกส่งไปด่านตรวจคนเข้าเมือง ในคราวนี้ พวกเขาได้รับความช่วยเหลือจากสถานทูตกัมพูชาและได้รับการปล่อยตัวกลับบ้านหลังจากนั้น 10 วัน จากนั้นเป็นต้นมาทั้งครอบครัวจึงตัดสินใจว่าจะไม่ตกเป็นเหยื่ออีกต่อไป