Touch ถูกขายให้เจ้าของเรือประมง เมื่ออยู่บนเรือเขาเผชิญกับการถูกทารุณกรรม เคยหลบหนีแต่ถูกจับได้ “เขาให้ทางเลือกผมสองทาง: กลับไปทำงานบนเรือหรือไปเข้าคุก แล้วผมก็เลือกกลับไปทำงานบนเรือ”

นาย Touch Thom ทูตทางสังคม

เรื่องเล่าของ Touch

Touch เป็นผู้รอดจากขบวนการค้ามนุษย์ เขารอดจากทะเล เพียงแค่มองตาเขาก็จะรู้ได้ว่าชายอายุ 43 ปี คนนี้เคยผ่านประสบการณ์อันเลวร้ายมาก่อน Touch Thom ถูกขูดรีดบนเรือหาปลาเป็นเวลากว่าหกปีในประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย เขาทำงานไม่ได้หยุดหย่อนทั้งกลางวันกลางคืนในสภาพการทำงานราวกับเป็นทาส ทั้งยังต้องรู้เห็นเพื่อนชาวประมงคนอื่นถูกทำร้ายโดยไม่สามารถช่วยอะไรได้หรือแม้แต่จะคิดหนี เมื่อเขาหมดแรงเขาก็จะถูกข่มขู่และถูกบังคับให้เสพยาเพื่อให้ทำงานต่อไปได้ เขาหนีออกมาได้ในที่สุดและได้เข้าร่วมโครงการ MIGRA ACTION ในฐานะทูตทางสังคมเพื่อแบ่งปันเรื่องราวแก่ชาวกัมพูชาคนอื่นที่สมัครใจไปทำงานที่ประเทศไทย Touch มักจะเอามือที่หยาบกร้านทั้งสองป้องหัวของเขาเมื่อแบ่งปันเรื่องราวอันโหดร้าย แต่เมื่ออยู่กับครอบครัว เขามีรอยยิ้มสดใส มีดวงตาเต็มไปด้วยความหวัง เขาดีใจที่ยังมีชีวิตอยู่ 

เรื่องราวอันเลวร้ายของนาย Thom เริ่มเมื่อมีผู้ชายคนหนึ่งในหมู่บ้านมาเสนองานก่อสร้างที่ประเทศไทยให้เขาทำ ในตอนนั้น Touch ไม่สามารถหาเงินให้พอเลี้ยงชีพได้จากการทำนา เขาเชื่อตามคำบอกเล่าว่าเป็นงานที่ได้เงินดีที่จะช่วยเลี้ยงดูภรรยาและลูกที่พึ่งคลอดได้ Touch จึงรับข้อเสนอ เมื่อไปถึงประเทศไทย เขาถึงได้รู้ว่าไม่มีงานก่อสร้างรออยู่ นายหน้าขายเขาให้เจ้าของเรือหาปลา

นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของฝันร้าย หนึ่งเดือนบนเรือนั้น Touch ทำงานไม่ได้หยุดหย่อนทั้งกลางวันกลางคืนในสภาพการทำงานราวกับเป็นทาส ทั้งยังต้องรู้เห็นเพื่อนชาวประมงคนอื่นถูกทำร้ายโดยไม่สามารถช่วยอะไรได้หรือแม้แต่จะคิดหนี เมื่อเรือเข้าใกล้เขตแดนประเทศมาเลเซีย Touch สบโอกาสหนี “ผมซ่อนอยู่ในป่าสองวันจนกระทั่งหิวจนทนไม่ไหวและหมดแรงผมจึงตัดสินใจต้องออกมาหางานใหม่ทำ

 

 

เขาได้งานที่ท่าเรือและอีกสองเดือนต่อมาเขาก็มีเงินพอที่จะซื้อตั๋วเรือโดยสารกลับประเทศไทย แต่ความโชคร้ายยังไม่ได้จบลงเท่านี้ เมื่อเรือถึงฝั่งเขานั่งแท็กซี่ไปยังจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชาที่ใกล้ที่สุด แต่หลังจากที่อยู่บนแท็กซี่ได้เพียงสิบนาที เขาได้เห็นชายสองคนขี่รถจักรยานยนต์ตามรถของเขา คนขับแท็กซี่จอดรถ ชายสองคนนั้นเปิดประตูและสั่งให้ Touch ตามพวกเขาไป เขาถูกพาไปยังบ้านหลังหนึ่ง มีเสื้อผ้าสะอาดมาให้และถูกขังไว้ในห้อง เขาพบเจ้าของเรือในอีกสองวันต่อมา “พวกเขาให้ผมเลือกสองทางคือกลับไปทำงานบนเรือหรือไปเข้าคุก ผมตัดสินใจกลับไปเรือ” เขาถูกส่งไปเรือประมงลำใหม่ในวันถัดมา

Touch รู้ว่าครั้งนี้ก็คงไม่ได้ต่างจากครั้งก่อน “ยังมีรอยเลือดสด ๆ บนเรือ มีคนถูกฆ่าไปคืนก่อน เจ้าของเรือบอกว่าถ้าผมไม่ยอมทำงาน ก็จะต้องตายเหมือนกัน”

เขากับชาวกัมพูชาอีก 15 คนทำงานด้วยกันบนเรือ อย่างไม่หยุดหย่อนโดยมีชายไทยติดอาวุธสองคนจับตามองอยู่ เมื่อเขาหมดแรง เขาก็จะถูกข่มขู่และถูกบังคับให้เสพยาเพื่อให้ทำงานต่อไปได้ แต่โชคยังมี ครั้งนี้เขาหาทางหลบหนีกลับบ้านไปหาครอบครัวที่กัมพูชาได้อีกครั้ง เขาไม่พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่นานหลายปี

ในปีพ.ศ. 2558 Touch ตัดสินใจที่จะแบ่งปันเรื่องราวอันโหดร้ายที่เขาได้เผชิญในการประชุมกลุ่มช่วยเหลือตนเอง (Self Help Groups) ในโครงการ MIGRA ACTION ครั้งหนึ่งในจังหวัดเสียมเรียบ หลังจากนั้นทุกเดือนเขาเข้าร่วมประชุม “ผมดีใจที่ยังมีชีวิตอยู่ ผมอยากช่วยคนอื่นเท่าที่จะช่วยได้ด้วยการให้ข้อมูลการอพยพย้ายถิ่นอย่างปลอดภัย พวกเราไม่อยากได้ยินเรื่องเศร้าแบบนี้อีก”

อ่านเพิ่มเติมเรื่องสภาพความเป็นอยู่ของชาวประมงกัมพูชาในประเทศไทย