Morb ทำงานในประเทศไทยอย่างไม่ถูกต้องตลอดทั้งชีวิตที่ผ่านมา ตั้งแต่เธอยังเด็ก พ่อแม่เสียชีวิตเมื่อเธออายุแปดขวบทิ้งลูกสาวเจ็ดคนและลูกชายหนึ่งคนไว้ข้างหลัง “เราจนมากและพี่สาวของฉันไม่มีเงินส่งฉันเรียนก็เลยต้องออกจากโรงเรียน”

นาง Morb Neam

เรื่องราวของ Morb

Morb Neam, หญิงวัย 37 ปี ใช้ชีวิตเป็นผู้ย้ายถิ่นอยู่เป็นเวลานาน เธอทำงานในประเทศไทยอย่างไม่ถูกต้องทั้งชีวิตที่ผ่านมาตั้งแต่ยังเด็ก พ่อแม่เสียชีวิตเมื่อเธออายุแปดขวบทิ้งลูกสาวเจ็ดคนและลูกชายหนึ่งคนไว้ข้างหลัง หลังจากที่พ่อแม่เสียชีวิตเธอต้องออกจากบ้านที่จังหวัดบันเตียเมียนเจยไปอยู่กับพี่สาว “เราจนมากและพี่สาวของฉันไม่มีเงินส่งฉันเรียนก็เลยต้องออกจากโรงเรียน”

Morb อายุเพียง 12 ปี เมื่อเธอเดินทางไปประเทศไทยเพื่อหางานทำตามฤดูกาล เธอและพี่สาวทำงานในไร่มันสำปะหลัง ไร่อ้อยและตามที่นาที่ประเทศไทย ได้เงินเพียงวันละ 100 บาท (3 เหรียญสหรัฐ) Morb และพี่สาวทำงานในประเทศไทยไปเรื่อย ๆ ใกล้ ๆ เขตพรมแดน จนกระทั่ง Morb อายุได้ 15 ปี หลังจากนั้นไม่นาน Morb ก็กลับไปบ้านเกิดและแต่งงานกับชาวนาที่นั่น

แต่โชคไม่เข้าข้าง การเก็บเกี่ยวได้ผลผลิตน้อยและสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยทำให้ครอบครัวของเธอมีรายได้ไม่พอกินพอใช้ สามีของเธอจึงตัดสินใจย้ายถิ่นไปทำงานในประเทศไทยเป็นคนงานก่อสร้างและขณะนี้เขาก็ยังทำงานอยู่ที่นั่น แต่เนื่องจากเขาเป็นผู้ย้ายถิ่นที่ไม่มีเอกสารถูกต้อง เขาจึงได้รับเงินค่าจ้างวันละ 320 บาท (9/10 เหรียญสหรัฐ) และงานของเขาก็ไม่แน่นอน

Morb มีลูกสองคนเป็นชายหนึ่งคนและหญิงหนึ่งคน “ฉันส่งลูกชายเรียนหนังสือต่อไม่ได้ก็เลยพาเขาไปประเทศไทยเมื่อปีพ.ศ. 2557 ไปช่วยกันทำนา ตอนนั้นเขาอายุ 15 ปี พวกเราได้เงินประมาณวันละ 220 ถึง 280 บาท (7-8 ดอลล่าร์สหรัฐ) เพราะเป็นแรงงานผิดกฏหมาย”

ต่อมาไม่นาน Morb ก็ล้มป่วยทำงานไม่ได้จึงถูกไล่ออกในที่สุด เมื่อไม่มีงานแม่ลูกสองคนนี้จึงตัดสินใจกลับประเทศกัมพูชาเพื่อรักษาตัวโดยทิ้งลูกชายไว้กับสามี เธออยู่บ้านดูแลลูกสาวและปลูกข้าวในที่นาของเธอ

แต่โชคไม่ดีที่ชีวิตของเธอต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศอีกครั้ง ภัยแล้งสร้างความเสียหายให้ผลผลิตของเธอ นอกจากนี้ ข้าวที่เก็บเกี่ยวได้ที่ไม่มากนักก็มีราคาต่ำ เธอเหลือเพียงทางเลือกเดียวอีกครั้งคือย้ายถิ่น เธอจึงกลับมาประเทศไทยในปีพ.ศ. 2559 เพื่อทำงานเป็นกรรมกรก่อสร้าง

ไม่นานหลังจากนั้นสถานการณ์ก็แย่ลงไปอีก Morb ทำงานไปได้สี่เดือนแต่ไม่ได้รับค่าจ้าง เธอหางานใหม่กับเจ้านายใหม่ได้ แต่สามีบอกให้เธอกลับบ้าน Morb กลับไปอยู่บ้านเกิดในประเทศกัมพูชาเพื่อดูแลลูกสาวและในปีพ.ศ. 2559 เธอได้เข้าร่วมกับศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉินสตรีกัมพูชา (Cambodian Women’s Crisis Center) ในฐานะทูตทางสังคมในโครงการ MIGRA ACTION แต่ในปีพ.ศ. 2561 เธอต้องจากบ้านและย้ายถิ่นไปประเทศไทยอีกครั้งเพื่อหาโอกาสงานที่ดีกว่าด้วยเหตุผลจากสภาพทางการเงิน

 อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ของแรงงานสตรีอพยพชาวกัมพูชาในประเทศไทย